ฮือฮา! เทศบาลนครเชียงใหม่ นำ “เหยี่ยววิทยุบังคับ” มาบินไล่นกพิราบ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามข่วงท่าแพ - กำแพงเมือง - แหล่งชุมชนกลางเมือง ควบคู่กับการจัดระเบียบพื้นที่ตามมาตรการหลัก ซึ่งล่าสุดเผยกาสำรวจจำนวนนกพิราบลดลงกว่า 90 เปอร์เซนต์แล้ว ส่วนจะได้ผลยั่งยืนแค่ไหน อย่างไรต้องรอติดตามประเมินต่อไป
เทศบาลนครเชียงใหม่ ทดลองนำ “เหยี่ยววิทยุบังคับระยะสั้น” มาใช้ไล่นกพิราบที่ยังหลงเหลือบริเวณกำแพงเมือง ข่วงประตูท่าแพ และแหล่งชุมชน หลังมาตรการประชาสัมพันธ์และเข้มงวดห้ามให้อาหารนก ช่วยลดจำนวนฝูงนกพิราบลงได้กว่า 90% แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจยังคุมเข้มเรื่องความสะอาด หวังยกระดับข่วงประตูท่าแพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะอาดและปลอดภัย
เทศบาลนครเชียงใหม่ โดยนายวิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นายศักดิ์พล ยอดบางเตย ส.ท.แขวงนครพิงค์ และเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ทดลองนำเหยี่ยววิทยุบังคับมาใช้บินไล่ฝูงนกพิราบที่ยังบินมาเกาะตามกำแพงเมืองและบริเวณพื้นข่วงประตูท่าแพ ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ไม่มากนัก โดยพบว่าเหยี่ยวจำลองสามารถทำให้นกพิราบเกิดความกลัวและบินหนีออกจากพื้นที่ได้ผลในระดับหนึ่ง ทั้งจากเสียงและรูปลักษณ์ของเหยี่ยว อย่างไรก็ตาม เทศบาลฯ เตรียมปรับปรุงตัวเหยี่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนจะได้ผลแค่ไหน อย่างไรต้องรอประเมินดูอีกครั้ง
นายวิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเทศบาลฯ ได้เข้มงวดเรื่องการห้ามขายอาหารนก รวมถึงห้ามนักท่องเที่ยวนำขนมหรืออาหารมาล่อนกพิราบให้บินลงมากินเพื่อถ่ายภาพ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายประกาศ การใช้เครื่องขยายเสียง และให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเดินถือป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อห้ามต่าง ๆ
มาตรการดังกล่าวส่งผลให้จำนวนฝูงนกพิราบในพื้นที่ลดลงกว่า 90% เหลือเพียงจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีความเข้าใจและให้ความร่วมมือมากขึ้น
นอกจากการห้ามให้อาหารนกแล้ว เจ้าหน้าที่เทศกิจยังดูแลความเรียบร้อยบริเวณข่วงประตูท่าแพ โดยประชาสัมพันธ์ข้อห้ามทั้งการให้อาหารนก การบ้วนน้ำลาย การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่ เพื่อรักษาความสะอาดและภาพลักษณ์ของพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่
สำหรับข่วงประตูท่าแพและแนวกำแพงเมืองเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่อยู่ในกระบวนการเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ หรือ ICOMOS ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมิน ก่อนนำผลการประเมินไปประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
ทั้งนี้ ผลการพิจารณาคาดว่าจะมีการประกาศในปี 2570 ท่ามกลางความคาดหวังของชาวเชียงใหม่ที่จะได้เห็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในอนาคต