สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และพันธมิตรหน่วยร่วมดำเนินการประกาศขับเคลื่อนวาระเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการระยะ เริ่มต้นผ่านโครงการ “Adaptive SME ปรับไว ไปต่อ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจไทยสามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยี
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และพันธมิตรหน่วยร่วมดำเนินการประกาศขับเคลื่อนวาระเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการระยะ เริ่มต้นผ่านโครงการ “Adaptive SME ปรับไว ไปต่อ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมีผศ.ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมบริการวิชาการฯ มข.ทำพิธีเปิดโครงการฯ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ระบุว่า โครงการ Adaptive SME ในปีนี้เน้นกระบวนการบ่มเพาะเชิงลึกผ่าน 4 กลไกหลัก คือ Intensive Boot Camp การปรับ Mindset สู่ความเป็นมืออาชีพและสนับสนุนการจดทะเบียนนิติบุคคล
Deep Diagnostic & Consulting การวิจัยและวินิจฉัยธุรกิจรายกิจการเพื่อใส่นวัตกรรมดิจิทัลเข้า ไปในตัวสินค้าและบริการ
Rigorous Market Testing การทดสอบตลาดในสนามจริง 6 ครั้งทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบความ พร้อมก่อนขยายสเกล
Strategic Connectivity การจับคู่ธุรกิจและเชื่อมโยงแหล่งทุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และพันธมิตรหน่วยร่วมดำเนินการ ในครั้งนี้ คือการผสาน องค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับกลไกสนับสนุนของภาครัฐ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ SME ไทย ให้สามารถใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอาวุธในการสร้างความต่าง และพร้อมที่จะเติบโตไร้พรมแดน (Borderless Growth) เพื่อเป็น กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง”
ด้านผศ.ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมบริการวิชาการ และสื่อสารองค์กร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและหัวหน้าโครงการ Adaptive SME มหาวิทยาลัย ขอนแก่น ในพิธีเปิดโครงการ Adaptive SME ปรับไว ไปต่อ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล กิจกรรม Business Matching โอกาสต่อยอดธุรกิจ” กล่าวว่า ภายใต้โครงการปรับตัวของผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น (Adaptive SME) ปีงบประมาณ 2569 โครงการ "Adaptive SME ปรับไว ไปต่อ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” กิจกรรม “Business Matching โอกาสต่อยอดธุรกิจ” ภายใต้โครงการพัฒนาปรับตัวของผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัด ขึ้นโดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.
“ ผมขอชื่นชม สสว. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนหน่วยงาน เครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ สำคัญนี้ เพื่อส่งเสริมผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเป็น ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น รวมถึงผู้ประกอบการที่จดทะเบียนแล้วไม่ เกิน 3 ปี ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านองค์ความรู้” ผศ.ประเสริฐกล่าว
การบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาด คู ค้า และแหล่งเงินทุน ในยุคปัจจุบัน การทำธุรกิจไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องสินค้าและราคาเท่านั้น แต่แข่งขันกัน ที่ “ความสามารถในการปรับตัว” ผู้ประกอบ การที่อยู่รอดและเติบโตได้ คือผู้ประกอบการที่เข้าใจ ลูกค้า ใช้ข้อมูลเป็น ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ พัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อ เนื่อง และสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คำว่า “ปรับไว ไปต่อ” จึงไม่ใช่เพียงชื่อโครงการ แต่เป็นแนวคิดที่ ตรงกับสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีศักยภาพและความพร้อมหลายด้าน ทั้งการเป็นเมือง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การแพทย์ การคมนาคม และการเชื่อมโยง ภูมิภาค ขอนแก่นยังมีฐานผู้ประกอบการที่หลากหลาย ตั้งแต่ธุรกิจเกษตรและอาหาร ธุรกิจ ท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ไปจนถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มี ความคิดสร้างสรรค์และพร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนา ธุรกิจ
การจัดกิจกรรมในวันนี้จึงมีความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการลงทุน และการบริการ เพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่น และผลักดันการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ให้ กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่
กิจกรรม Business Matching ในวันนี้ ถือเป็นเวทีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นที่ ที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับคู่ค้า หน่วยงานสนับสนุน ผู้เชี่ยวชาญ แหล่งทุน และเครือข่ายทาง ธุรกิจโดยตรง โอกาสเช่นนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายช่องทางตลาด การเพิ่ม ยอดขาย การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ หรือแม้แต่การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่มีความพร้อมและยั่งยืน มากขึ้น