วัดทุ่งตูม กับการค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่สมัยครูบาเจ้าศรีวิชัย

ข่าวศิลปวัฒนธรรม , 4 ธ.ค. 2565, 16:16

วัดทุ่งตูม กับการค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่สมัยครูบาเจ้าศรีวิชัย

         วัดทุ่งตูม หรือชื่อเดิมคือ วัดพระธาตุทุ่งตูม” ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านขุนคง ตำบลมะขุนหวาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการค้นพบหลักฐานใหม่ที่เก่าถึงยุคครูบาเจ้าศรีวิชัยอยู่สองสิ่ง ได้แก่ ซากฐาน “กุฏิไฟ” และ “บล็อกแม่พิมพ์ปูนสำหรับหล่อลายดอกประดับวิหาร” จำนวนหลายชิ้น พบที่หลืบซอกตามศาลาบาตร

          ตำนานพระธาตุทุ่งตูม อ้างถึงเมื่อครั้งพุทธกาล ว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ที่ป่าอัมพวนาราม (ป่ามะม่วง) อันเป็นที่ตั้งวัดทุ่งตูมแห่งนี้ ในอดีตเป็นหมู่บ้านลัวะ พระพุทธเจ้าได้ประทานเส้นพระเกศา 2 เส้นแก่ลัวะสองพี่น้อง ลัวะผู้พี่ได้นำพระเกศาไปประดิษฐานไว้ที่เมือง “เจราภูมิ” (ชื่อนี้ไม่เคยพบในเอกสารอื่น พบเฉพาะในตำนานพระธาตุทุ่งตูม สันนิษฐานว่าอาจเป็นคำเก่าอีกคำที่ใช้เรียก “หริภุญไชย” ก็เป็นได้ ซึ่งหริภุญไชย เคยมีอีกชื่อว่า ไชยภูมิ) คือเมืองลำพูนในปัจจุบัน ส่วนลัวะผู้น้องได้ประดิษฐานเส้นพระเกศาไว้ยังอัมพวนาราม คือพระธาตุวัดทุ่งตูม

          จากนั้นมาถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสร้างเจดีย์ 84,000 แห่ง หนึ่งในนั้นมีพระธาตุทุ่งตูมรวมอยู่ด้วย ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมธาตุซี่โครงซ้าย

          ประวัติของวัดทุ่งตูมกล่าวต่อไปอีกว่า พ.ศ. 2125 (จ.ศ. 944) พระราชครูอุตมะคุณณธัชช ได้มาสร้างเจดีย์ครอบองค์เดิมไว้ พร้อมทั้งสร้างวิหารหลังใหม่ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2129 

          ในสมัยเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ (พ.ศ. 2444 - 2452) เจ้าผู้ครองเมืองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 ได้บูรณะวัดพระธาตุทุ่งตูม

          ประวัติของทางวัดทุ่งตูมระบุว่า ครูบาเจ้าศรีวิชัยบูรณะพระธาตุทุ่งตูมเมื่อ พ.ศ. 2474 แต่อันที่จริงครูบาเจ้าศรีวิชัย เดินทางมาวัดทุ่งตูมหลายครั้งก่อนหน้านั้นแล้ว มีหลักฐานเก่าสุด ในปี 2469 จากหนังสือ ตำนานครูบาศรีวิชัยแบบพิสดาร กล่าวว่าในระหว่างที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยจำพรรษาอยู่ที่วัดพระสิงห์ ปี 2469 นั้น

          “ครั้นเสร็จการทำบุญหื้อ (ให้) ทานวัดพระสิงห์ พระศรีวิชัยเจ้าภิกขุตนนั้น ก็ลงไปสร้างพระธาตุโท่งตูม ใต้เวียงเชียงใหม่” 

          โสภา ชานะมูล ระบุในวิทยานิพนธ์ว่าครูบาเจ้าศรีวิชัยหมดเงินค่าสร้างพระธาตุโท่งตุ๋ม จำนวนทั้งสิ้น 11,603 รูเปีย 

          หลังจากนั้น ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางไปบูรณะวัดต่างๆ ทั่วล้านนา ได้แก่ ที่ลำพูน รับทานกุฏิวัดบ้านปาง สร้างพระธาตุวัดแม่ตืน และวัดพระพุทธบาทตากผ้า กลับมาที่เชียงใหม่ ไปสร้างพระธาตุสบฝาง และเข้าเชียงราย สร้างพระธาตุดอยตุง พระธาตุจอมแว่ จากนั้นลงมาทางพะเยา เข้าลำปาง และกลับมาเชียงใหม่อีกครั้ง 

          “แล้วท่านก็ไปยกยอดฉัตรพระธาตุโท่งตูม เสร็จแล้วกลับขึ้นมาสร้างช่อฟ้าป้านลมพระนอนขอนม่วง หัวเวียงเชียงใหม่ เสร็จแล้วกลับไปทานโฮง (กุฏิ) โท่งตูม เสร็จแล้วเลยไปทานขั้นไดนาควัดบ้านปาง เสร็จแล้วไปทานเพดสร้อย เสร็จแล้วไปเอาฉัตรธาตุปินหวาน ขึ้นไปทานธาตุป่าตาล เมืองเถิน เสร็จแล้วไปสร้างธาตุจอมสวน เมืองลี้ แล้วไปทานธาตุดอยแม่ลี้ แล้วไปทานธาตุแม่ตื๋น เสร็จแล้วกลับมาทานพระธาตุโท่งตูม” 

          ข้อความตอนนี้สามารถอธิบายได้ว่า สถานที่แต่ละแห่งที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยให้การอุปถัมภ์เป็นประธานในการบูรณปฏิสังขรณ์นั้น หลังจากที่ได้ออกแบบวางแผนกำหนดแนวทางการก่อสร้างและระดมปัจจัยวัสดุต่างๆ ให้พร้อมสรรพแล้ว ท่านมักจะมอบหมายพระลูกศิษย์รูปใดรูปหนึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลรายละเอียด จากนั้นท่านจำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามวัดอื่นๆ ที่รอให้ท่านรับนิมนต์อยู่อีกจำนวนมาก ดังนั้นท่านจำเป็นต้องใช้วิธีผลัดเปลี่ยนเวียนแวะไปดูความคืบหน้าของวัดต่างๆ ซ้ำอีกหลายรอบตราบที่โอกาสจะเอื้ออำนวย จนกว่าแต่ละแห่งจะสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อนั้นท่านจะกลับไปเป็นประธานยกยอดฉัตรพระเจดีย์ ยกช่อฟ้าพระวิหาร อุโบสถ รวมทั้งงานทำบุญฉลองทานให้แก่วัดทุกแห่งด้วยตัวท่านเอง ดังจะเห็นได้ว่าแค่ภายใน พ.ศ. 2469 ปีเดียว หลังจากสร้างวัดพระสิงห์เสร็จ ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สร้างวัดในหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบนควบคู่ขนานไปพร้อมกันมากกว่า 20 วัด โดยเดินทางขึ้นๆ ล่องๆ แต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

บัญชีพระราชกุศลระบุว่าครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ สร้างเสนาสนะในวัดทุ่งตุ่ม อำเภอแม (สันป่าตอง) จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2477 แยกเป็น 2 รายการคือ กุฏิไฟ 65 รูเปีย 49 สตางค์, น้ำบ่อ 15 รูเปีย และ พ.ศ. 2478 สร้างวิหาร ใช้เงินไปทั้งสิ้น 4,346 รูเปีย 19 สตางค์” 

หมายความว่า นอกเหนือไปจากผลงานการบูรณะพระธาตุทุ่งตูมในปี 2469 แล้ว หลังจากนั้นอีก 8-9 ปี คือปี 2477-2578 ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้กลับไปวัดทุ่งตูมอีกรอบ ครั้งหลังนี้ ได้มีการสร้างกุฏิไฟ วิหาร และขุดบ่อน้ำเพิ่มเติม

          พ.ศ. 2493 ครูบาบุญศรี สีลวิสุทฺโธ ลูกศิษย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้ทำการบูรณะวิหารโดยคงสภาพเดิมไว้ พร้อมสร้างพระประธานบนฐานสิงห์มีผ้าทิพย์ห้อยด้านหน้า ลักษณะพระพุทธรูปแบบพระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอก เชียงใหม่ มีจารึกในวิหารว่าสร้างในวันที่ 18 มกราคม 2493 ฉลอง 2 เมษายน 2493 ใช้เวลาเพียง 4 เดือน 

          พ.ศ. 2503 ครูบาอินถา สุขวฒฺฑโก วัดสันคอกช้าง ได้ลาดซีเมนต์ที่พื้นลานประทักษิณ พร้อมยกยอดฉัตรพระธาตุทุ่งตูมใหม่ 

          พ.ศ. 2550 สำนักงานพัฒนาภาคสาม นำโดยพลตรียงยศ คงแถวทอง ทำการบูรณะพระธาตุทุ่งตูมครั้งล่าสุดโดยการทาสีทองให้ใหม่ และทำพิธียกยอดฉัตรในวันวิสาขบูชา พ.ศ. 2550

  ผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัย

          สิ่งก่อสร้างที่เป็นผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยประกอบด้วย พระธาตุทุ่งตูม พระวิหาร ศาลาบาตรพร้อมรูปปั้นเสือ และสิ่งก่อสร้างประเภทหนึ่งที่เอกสารเรียก “กุฏิไฟ” ซึ่งระหว่างปี 2557-2560 ช่วงที่ดิฉันลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่วัดทุ่งตูม เราไม่พบว่า “กุฏิไฟ” อยู่ที่ไหน และคำว่า “กุฏิไฟ” ในภาษาล้านนาควรหมายถึงอาคารประเภทใดกันแน่ เนื่องจากคำนี้ไม่เคยพบในเอกสารอื่น จะหมายถึง “โรงครัว” ที่มีเตาไฟ หรือควรหมายถึง กุฏิปฏิบัติวิปัสสนาของสายพระป่าที่เน้นการเพ่งกสิณ?

          ซากฐานกุฏิไฟดังกล่าว ก่อด้วยอิฐที่ดูเนื้อดินแล้วเก่าร่วมสมัยกับครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ ขนาดกว้างยาวคือ 5.6 เมตร X 6.7 เมตร และมีแนวอิฐก่อยาวกั้นพื้นที่ออกเป็นสองส่วน

          อาจารย์มานิตย์ เขตต์สิทธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสันป่าตอง ตั้งข้อสังเกตว่า วัดอื่นๆ ที่สร้างโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย ไม่ว่าวิหารหรือเขตพุทธาวาสจะหันหน้าไปทิศใดก็ตาม มักสร้างกุฏิไว้ด้านซ้ายมือเป็นส่วนใหญ่

พบต้นมะม่วง 1 ต้นบริเวณนอกเขตพุทธาวาสด้านทิศเหนือ ปลูกโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย หลังจากที่ท่านฉันมะม่วงเสร็จแล้ว ท่านได้ซัดเมล็ดลงในพื้นดิน เพื่อเจริญรอยตามตำนานเมื่อครั้งพุทธกาล ที่เคยเรียกวัดนี้ว่าป่ามะม่วง (อัมพวนาราม)

          พระธาตุทุ่งตูม เป็นพระเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่มาก วางบนฐานเขียง และฐานกลมซ้อนหลายชั้นที่มีความสูง สะท้อนถึงความสำคัญของสถานที่ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้มาครอบพระธาตุองค์ใหม่ตามโครงสร้างเดิม แต่มีการปรับแก้ไขในส่วนที่เหนือองค์ระฆังเป็นบัลลังก์ซ้อน 2 ชั้น กับส่วนฐานมาลัยเถา 3 ชั้น ซึ่งตามมาตรฐานแล้วควรเป็นทรงโค้งนูนยื่นออกมามาคล้ายกับต้นแบบที่พระธาตุหริภุญไชย แต่ในที่นี้ฐานมาลัยเถาลดทอนรูปทรงลงเหลือเพียงเส้นลวดบัวใหญ่สลับเล็กเป็นปล้องๆ วางเรียงอยู่บนท้องไม้เรียบๆ คล้ายกับวัดหลายแห่งที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยบูรณะในปี 2469 เช่น เจดีย์ที่วัดบ้านปาง เจดีย์ที่วัดแม่ตืน เป็นต้น 

          พระวิหาร หันหน้าไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่ด้านหน้าพระธาตุทุ่งตูม แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นวิหาร 5 ห้องมีมุขหน้ายื่น มองจากภายนอกด้านข้างพบว่าทำหลังคาซ้อน 2 ตับ และลดมุขหลังคาหน้า-หลัง ด้านละ 2 มุข หน้าแหนบด้านหน้าเป็นแผ่นไม้ตกแต่งลวดลายกระหนกพันธุ์พฤกษาฝังชิ้นส่วนกระจกเป็นช่วงๆ ให้เกิดความแวววาว เหนือกรอบประตูทางเข้าวิหารช่องกลางมีภาพวาดรูปเสือ สัญลักษณ์ปีนักษัตรของครูบาเจ้าศรีวิชัย 

          ภายในพระวิหารใช้โครงสร้างรองรับหลังคาเป็นแบบขื่อม้าตั่งไหม ตามโครงสร้างดั้งเดิมของวิหารหลังเก่าที่สร้างมาก่อนหน้ายุคครูบาเจ้าศรีวิชัยประมาณ 300 ปี มีพระพุทธรูปสมัยล้านนาองค์หนึ่งประดิษฐานภายในตู้กระจก และมีฐานแท่นแก้วประดับกระจกจืนสีเงินและสีเหลืองทอง (ภายหลังมีผู้วาดภาพเพิ่มที่ท้องไม้ของแท่นแก้ว) รองรับกลุ่มพระประธานที่สร้างด้วยปูนปั้นระบายสี มีพระพุทธรูปประทับยืนกระหนาบข้าง 2 องค์

          ศาลาบาตรที่วัดทุ่งตูม มีความสมบูรณ์ทั้งสี่ด้าน เจาะช่องประตูตรงกับพระวิหารด้านหน้าทิศเหนือด้านเดียว มีรูปปั้นเสือสองตัวเฝ้าอยู่ที่ประตูศาลาบาตร ที่หน้าแหนบแผ่นสามเหลี่ยมเขียนภาพลายคำน้ำแต้ม (ลายรดน้ำปิดทอง แต่สีทองหลุดร่อนไปหมดแล้ว) เป็นรูปลวดลายกระหนกท่ามกลางพันธุ์พฤกษา บริเวณศาลาบาตรด้านทิศตะวันตกนี่เอง มีการค้นพบแผ่นปูนแม่พิมพ์หล่อลวดลายดอกประดับวิหาร

          บ่อน้ำอยู่ด้านนอกศาลาบาตรนอกเขตพุทธาวาสด้านทิศตะวันออก ใกล้กับเขตพระอุโบสถที่ถูกรื้อไปแล้ว ซึ่งพระอุโบสถก็เป็นอีกหนึ่งในผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยเช่นกัน ปัจจุบันวัดทุ่งตูมกำลังจัดสร้างพระอุโบสถหลังใหม่       

          มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุทุ่งตูม สรงน้ำพระพุทธรูปโบราณ รวมถึงสารูปของครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่ตั้งอยู่นอกศาลาบาตร ในวันเดือน 9 เป็ง หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (เดือน 7 กลาง)

          ปัจจุบันวัดทุ่งตูมอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเตรียมจัดสร้างศูนย์วิปัสสนากัมมัฏฐาน

6

ข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด Double Cab Raptor 2.0L Bi-Turbo 4WD 10AT

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขาย  เกลดา อินทะนะ  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับ คุณ  ณรงค์ บุญป้อ ฟอร์ด Double Cab Rapt...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:42
  • |
  • 47

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด Double Cab XLS 2.0L Turbo HR 6AT

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขาย นันท์พิพัฒน์  สุจริต  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับ คุณ  คมกริช นันทชัย รุ่นรถ Double...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:37
  • |
  • 47

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด EV 2.0L Turbo Sport 4x2 6AT

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขาย พนิตสิรี ปัญญาวชิรธรรม  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า คุณ วรัญญา ฤทธิ์เทพ เป็น รถยนต์ ฟอร...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:30
  • |
  • 39

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด EV 2.0L Turbo Sport 4x2 6AT

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขาย พนิตสิรี ปัญญาวชิรธรรม  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า คุณ วรัญญา ฤทธิ์เทพ เป็น รถยนต์ ฟอร...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:17
  • |
  • 44

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด Double Cab Sport 2.0L Turbo HR 6AT

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขายดวงพร กิ่งจำปา  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า คุณ สถิตคุณ โสภิญนิวัติวงศ์ เป็น รถยนต์ ฟอร์...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:09
  • |
  • 57

ส่งมอบไปอีกหนึ่งคันรถยนต์ฟอร์ด Ford EV 2.0L Turbo Sport 4x2 6AT-DAT64(22B)

ส่งมอบรถหรูน่าใช้ให้กับลูกค้า  ฟอร์ด วีกรุ๊ปคาร์เชียงใหม่   โดยที่ปรึกษาการขายดวงพร กิ่งจำปา  ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า คุณ สิทธิกร ดวงติ๊บ รถยนต์ ฟอร์ด EV 2.0L Tur...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 มิ.ย. 2567, 16:02
  • |
  • 45
Sytiq Company

ออกแบบพัฒนาโปรแกรมและแอพลิเคชั่น

โดยบริษัทไซทิค ติดต่อ:0819507128

Sytiq Company

ออกแบบและติดตั้ง Home Automation

โดยบริษัทไซทิค ติดต่อ:0819507128