วัดกู่ละมัก รมณียาราม วัดแห่งแรกของพระนางจามเทวีในนครหริภุญไชย

ข่าวศิลปวัฒนธรรม , 15 ต.ค. 2566, 17:31

วัดกู่ละมัก รมณียาราม วัดแห่งแรกของพระนางจามเทวีในนครหริภุญไชย

          เมื่อเร็วๆ นี้ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ชื่อของ “วัดกู่ละมัก” ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ ถูกแชร์ลิงก์ส่งต่อๆ กันในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออนไลน์แทบทุกฉบับ เกี่ยวกับประเด็นที่ว่าทางวัดได้ปูอิฐตัวหนอนทับ “ซากโบราณสถาน” ของเดิมที่ทางสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่) เคยเปิดหน้าดิน และขุดศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2550 ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ ซึ่งช่วงนั้นดิฉันรับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวทุกประการ เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ลำดับต้นๆ  ในฐานะหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย 

          น่าสนใจว่าผู้เปิดประเด็นเรื่องนี้ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ Thierry Tournier (เทียรี่ ตูร์นิเยร์) นักโบราณคดีสมัครเล่น นักสำรวจโบราณสถานแบบเอาเป็นเอาตาย ผู้หลงใหลกลิ่นอายอารยธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยหริภุญไชย เขาใช้ชีวิตที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มานานหลายปี 

          เขาผู้นี้ได้ติดสอยห้อยตามดิฉันไปสำรวจโบราณสถานที่ต่างๆ หลายแห่งตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว อาทิ ดอยไซ กาดผี ศรีบัวบาน เสาสิงโตด้านหลังถ้ำหลวงผาเวียง บ้านโฮ่ง เป็นต้น จนกระทั่งดิฉันมาสวมหมวกเป็นนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำพูน (สสทน.ลำพูน) คุณเทียรี่ก็มาสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพด้วย ดิฉันจึงแนะนำให้เขารอคิวสมัครเป็นสมาชิกตัวจริงของ “อาสาสมัครเฝ้าระวังโบราณสถาน” ให้กับกรมศิลปากร (อสมศ.) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบทบาทที่ต้องเสียสละทุนทรัพย์ แรงกาย แรงใจ สุ่มเสี่ยงต่อข้อพิพาทที่ทางวัดอาจจะไม่พอใจ แต่เขาก็ยินดีกระทำ

          หลังจากที่เขาเปิดประเด็นเรื่องนี้ได้เพียง 1-2 วัน ยุคที่กระแสไวรัลแพร่กระจายข่าวรวดเร็วยิ่งกว่าสายลม ข่าวที่เขานำเสนอในเฟซบุ๊กเรื่องวัดกู่ละมัก จึงเข้าถึงหูผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน วันรุ่งขึ้นทั้งข้าราชการของสำนักงานจังหวัดลำพูน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน นายอำเภอเมืองลำพูน และหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย เป็นต้น ต่างลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางวัดอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์  เข้าใจว่าซากโบราณสถานเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ในความเป็นจริงนั้น ขึ้นชื่อว่า “โบราณสถาน” จะขึ้นหรือไม่ขึ้นทะเบียนก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นมรดกของแผ่นดิน เป็นสมบัติของชาติ เป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นเจ้าของ และควรอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อ

          จากกระแสที่สังคมกำลังสนใจเรื่อง “วัดกู่ละมัก” ดิฉันในฐานะบุคคลรายต้นๆ ที่ศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้ในระดับที่ (น่าจะ) ลึกมากที่สุดในประเทศไทยแล้ว ขอนำเสนอเรื่องราวของวัดนี้ 2 sections ส่วนแรก เป็นประวัติความเป็นมา กับส่วนหลังเป็นหลักฐานทางโบราณคดีในยุคที่ดิฉันขุดค้นพบ 

สถานที่แห่งนี้มีหลายชื่อ        

วัดกู่ละมัก นอกจากจะรู้จักกันในชื่อ “วัดรมณียาราม” แล้ว ยังมีชื่อเรียกว่า เวียงเล็ก/วัดอุดม/บ้านรมยคาม/รัมมคาม ฯลฯ อีกด้วย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 222 ถ.ลำพูน-ป่าซาง บ.ศรีย้อย ม. 4 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกวงด้านทิศตะวันตก หรือในอดีตคือแม่น้ำปิง

          ประวัติของวัดกู่ละมัก หรือวัดรมณียารามปรากฏในตำนานทุกฉบับ มีความสอดคล้องกัน กล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ ว่าพระนางจามเทวีทรงมีพระดำริว่าแม้จะใกล้ชานเมืองหริภุญไชยแล้ว แต่ก็ควรจะหยุดพักกระบวนเรือและตั้ง “เวียงเล็ก” ขึ้นเสียก่อน ไม่ควรรีบร้อนเข้าไปในพระนคร

          เมื่อนายขมังธนูได้ยิงธนูจากจุดท่าเชียงทองนั้นแล้ว ลูกธนูได้มาตกในจุดเสี่ยงทายที่ควรสร้างเวียงเล็กในระยะทางกึ่งกลางก่อนจะถึงนครหริภุญไชย จุดที่ธนูตกจึงเป็นสถานที่มงคลหรือสถานที่อันอุดม พระนางจามเทวีโปรดให้สร้างเจดีย์องค์หนึ่งครอบจุดที่ “ปืนธนูมงคล” ปักอยู่ เรียก "ละปัก" (หมายถึงลูกธนูของชาวลัวะ-ชาวเม็งเรียกโดยรวมว่าพวก "ละ" หรือ “ละว้า” มาตกปักอยู่) ต่อมาแผลงเป็น "กู่ละมัก" 

          ที่แห่งนี้พระนางจามเทวีโปรดให้หล่อพระพุทธรูปเท่าพระองค์จริง (เป็นต้นกำเนิดของการสร้างพระเจ้าค่าคิงของภาคเหนือ) เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุอันนำมาจากละโว้ และโกศทองคำ มาบรรจุไว้ในองค์พระพุทธรูป จากนั้นประดิษฐานพระเจ้าค่าคิงไว้ในซุ้มของพระบรมธาตุ นอกจากนี้แล้วบรรดาเสนามหาอำมาตย์ที่ตามเสด็จ เป็นต้นว่า "พระญาแขนเหล็ก" และ "พระญาบ่เพ็ก" ก็โดยเสด็จพระราชกุศลสร้างพระพุทธรูปด้วยคนละองค์สององค์ พระพุทธรูปทั้งหลายจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองเหนือตั้งแต่นั้นมา

          พระนางจามเทวีทรงสถาปนาเวียงเล็กหรือเมืองเล็กขึ้น เพื่อใช้เป็นพลับพลาชั่วคราว โปรดให้สร้างกำแพงล้อมรอบ ทรงปลูกต้นมะพร้าว ต้นตาล ต้นส้ม สร้างที่อยู่แห่งสงฆ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้พำนัก และสร้างพระราชนิเวศน์เรือนหลวงเป็นทรงปราสาทสี่เหลี่ยมจัตุรมุข เพื่อเป็นที่ประทับ ทรงมีพระเกษมสำราญ รวมทั้งที่พักหรือนิคามของคณะผู้ติดตามทั้งหมด พระนางและปวงเสนาประชาราษฎร์ที่ติดตามต่างอาศัยอยู่ในเมืองเล็กนั้นด้วยความสุขสบายรื่นรมย์ สถานที่ดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า “รมยคาม” คนทั้งหลายเรียกกันสืบมาว่า บ้านละมัก/ บ้านรัมมกคาม/ รมณียาราม

          ประเด็นที่ควรวิเคราะห์คือ เมื่อพิจารณาคำว่า บ้านรัมมกคาม รัมมคาม รมณียาราม อ.วิธูร บัวแดง ตั้งข้อสังเกตว่า ชื่อกลุ่มคำเหล่านี้มีความใกล้เคียงกับชื่อเมืองเดิมแห่งหนึ่งที่สร้างโดยฤษีวาสุเทพแล้วถล่มจมไปเนื่องจากเหตุอาเพศที่ “ลูกตีแม่” หรือคนทุศีลปกครองเมือง เมืองนั้นมีชื่อว่า “รัมมนคร/รมยนคร/รันนปุระ” กอปรกับบริเวณที่เมืองล่มนั้นก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกันอีก ตามตำนานระบุว่า เมืองรันนปุระตั้งอยู่ตอนใต้ห่างจากจุดที่พระพุทธองค์เสด็จมาประทับบาตร (หมายถึงบริเวณพระธาตุหริภุญไชย) ไม่ไกลนัก ทุกวันนี้ชาวลำพูนลงความเห็นว่าบริเวณเมืองรัมมนครที่ถล่มนั้นคือจุดที่มีชื่อว่า “หนองเดง” ม. 5 บ.พันตาเกิน ต.ต้นธง (ลูกเด็ง คือลูกระฆัง ที่เจ้าเมืองเปรียบว่าหากลูกไม่ตีแม่ ก็เหมือนระฆังที่ไม่มีเสียงดัง เพราะระฆังจะดังได้ ลูกระฆังต้องตีแม่ระฆัง) ปัจจุบันมี “กู่ย่าฮาย” (บ้างเรียก กู่แม่ย่าฮาย) ม.3 บ.ศรีย้อย ต.ต้นธง เป็นหมุดหมายไว้ให้รำลึก ซึ่งบริเวณหนองเดงและกู่ย่าฮายตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดกู่ละมักเท่าใดนัก

สิ่งนี้สะท้อนว่า พระนางจามเทวีน่าจะมีวิเทโศบายจงใจ “ฟื้นเมืองร้าง” ที่เคยล่มสลายไปแล้วนั้นให้กลับคืนมา เป็นเมืองที่สวยงาม ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่นครหริภุญไชย (ต่างไปจากการตัดสินพระทัยที่ต้องทิ้งเมืองเกาะกลางแม้จะเป็นดินแดนประสูติให้ร้างตามเดิมไว้ก่อน ด้วยเงื่อนเวลาที่ไม่อำนวย) ในห้วงเวลาอันจำกัดและใกล้มีพระประสูติกาลนั้น พระนางคงต้องเลือกเอาเมืองใดเมืองหนึ่งก่อนเพียงเมืองเดียว มาทำการฟื้นฟูบูรณะให้สง่างาม สมกับเป็นประตูสู่พระนครหริภุญไชย เมืองที่ถูกเลือกนั้นก็คือ รมยนคร และยังคงใช้ชื่อตามรากศัพท์เดิมว่า รมณียาราม 

วัดกู่ละมัก ถือเป็นสถานที่แห่งสุดท้ายที่กระบวนเสด็จทางชลมารคของพระนางจามเทวีได้แวะพัก จากนั้นฤษีสุกกทันตะและนายควิยะ (ทูต) ได้เดินทางล่วงหน้าต่อไปยังเมืองนครหริภุญไชยเพื่อแจ้งข่าวการเสด็จมาถึง ฤษีวาสุเทพรวมทั้งไพร่บ้านพลเมืองทั้งหลายพอทราบข่าวก็พากันตกแต่งพลับพลารับเสด็จขึ้นนั่งเมืองหริภุญไชยไว้ทางทิศตะวันออก ณ ที่ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเคยเสด็จประทับตรัสพุทธพยากรณ์มาแต่ก่อน จากนั้นพระนางจามเทวีเสด็จต่อไปนั่งเมืองยังนครหริภุญไชย 

          ต่อมาพระเจดีย์กู่ละมักได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา กระทั่งปี 2475 ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้บูรณปฏิสังขรณ์ด้วยการครอบเจดีย์องค์เดิมที่สร้างในยุคหริภุญไชย ด้วยเจดีย์ทรงปราสาทต่อด้วยยอดเจดีย์ทรงกลม องค์เรือนธาตุเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบบจัตุรมุข มีซุ้มจระนำหรือซุ้มทิศประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งทั้ง 4 ด้าน พระพุทธรูปมีทั้งปางมารวิชัยและปางสมาธิ ที่ซุ้มจระนำประดับตกแต่งด้วยลายหน้ากาลปลายเป็นรูปมกร-นาค ใช้เวลาการก่อสร้างทั้งหมด 1 เดือน ยุคครูบาเจ้าศรีวิชัยเรียกว่า “วัดอารัมมริยะ”(เป็นชื่อที่เขียนในเอกสารของเจ้าคณะมณฑลพายัพ ที่ทำรายงานความเคลื่อนไหวของครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุในระหว่างปี 2473-2475 ต่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ) ระบุว่าสิ้นเงินค่าใช้จ่ายในการบูรณะไป 3,490 รูเปีย

หลังจากนั้น 1 ปี ใน พ.ศ. 2476 ครูบาเจ้าศรีวิชัยยังได้สร้างพระวิหารขึ้นหลังหนึ่ง ดังที่พบหลักฐานจากเอกสารที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยทำหนังสือถวายพระราชกุศลมายัง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กรุงเทพฯ ระบุว่า “สร้างวิหารวัดอารามมนียะ (เป็นอีกชื่อที่ใช้เรียกวัดรมณียารามในยุคครูบาเจ้าศรีวิชัย) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2476 ใช้เงินทั้งสิ้นจำนวน 2,142 รูเปีย 59 สตางค์” 

                ปี 2532 ทางวัดกู่ละมักได้รื้อวิหารหลังเดิมของครูบาเจ้าศรีวิชัยแล้วสร้างหลังใหม่ทับที่เดิม จากการสำรวจพบหลักฐานภาพถ่ายโบราณในวัด ซึ่งถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2508 เป็นภาพวิหารไม้หลังเล็กที่ครูบาศรีวิชัยได้สร้างไว้ ปัจจุบันรื้อถอนไปแล้ว และพบธรรมาสน์ที่ใช้สำหรับแสดงพระธรรมเทศนาไว้ในวิหารหลวงที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยและพลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์เป็นผู้สร้างขึ้น ทำให้มีตราสัญลักษณ์รูปเสือในวงจักร (จักรคือสัญลักษณ์ของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์) มีหน้าที่ใช้สอยมาจนถึงปัจจุบัน

กู่ละมักสมัยที่ดิฉันดูแล

          ปี 2550 กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะพระเจดีย์ตามรูปแบบเดิมของครูบาเจ้าศรีวิชัย พร้อมการขุดค้นทางโบราณคดีได้หลักฐานพบซากโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เก่าแก่ถึงสมัยหริภุญไชยหลายชิ้น จากการสัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่อายุ 80-90 ปีที่อาศัยในละแวกนั้น (สัมภาษณ์เมื่อ พ.ศ. 2550 ปีที่กรมศิลปากรเตรียมการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์) เล่าว่าทันได้เห็นพระเจดีย์องค์เดิมสมัยหริภุญไชยก่อนถูกครอบโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย ระบุว่ามีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ละม้ายคล้ายคลึงกับที่ “เจดีย์แม่ครัว” หรือ “เจดีย์เชียงยัน” ในวัดพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งสร้างในสมัยหริภุญไชยเช่นเดียวกัน

          นอกจากนี้ ฝั่งตรงข้ามกับวัดกู่ละมัก ฟากตะวันออกของแม่น้ำกวง ตั้งอยู่ในเขตตำบลเวียงยอง ยังพบกู่เก่าแห่งหนึ่งชื่อ “กู่ปิมปา”(หรือพิมพาในภาษาภาคกลาง) อีกด้วย มีเรื่องเล่าว่า เป็นสถานที่ฝังศพของนางสนมคนหนึ่งของพระนางจามเทวี ราวปี พ.ศ. 2547 ดิฉันเคยลงพื้นที่สำรวจสถานที่ดังกล่าว พบว่ากู่ถูกลักลอบขุดคุ้ยหาสมบัติจนกระจุยกระจายไม่เหลือสภาพโบราณสถานอีกแล้ว 

          โบราณวัตถุที่ขุดได้หลายชิ้นช่วงปี 2550 มีชิ้นเด่นๆ ได้แก่ พระดินเผามีหนวดยืนปางแสดงธรรม พระพักตร์ดุดันคล้ายศิลปะจามปาสมัยดงเดือง ท่อนกายสตรีสวมผ้านุ่งลายขูดขีด เศียรฤๅษี หม้อกระดูกพร้อมเถ้าอัฐิสมัยราชวงศ์หมิง สะท้อนว่าวัดแห่งนี้มีคนอยู่อาศัยสืบต่อมาจนสมัยล้านนา เป็นต้น

          ดิฉันคิดว่าเราควรใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส จากการที่วัดกู่ละมักกำลังอยู่ในสปอตไลต์ของคนในวงกว้าง ณ ขณะนี้ มีคนไถ่ถามกันมาก ทางวัดควรมีการจัดระเบียบโบราณวัตถุ จัดทำป้ายคำบรรยาย เน้นของเก่าให้มากกว่าของใหม่ เพราะอย่าลืมว่าจุดขายของวัดแห่งนี้คือ ถือว่าเป็นวัดแห่งแรกของพระนางจามเทวีที่ทรงสร้างอย่างเป็นทางการ (ไม่นับวัดทางผ่านตามเบี้ยบ้ายรายทางตลอดสองฝั่งแม่ระมิงค์) คนทั่วไปต่างให้ความสนใจวัดแห่งนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ

8

ข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

#โชว์รูมฮุนไดเชียงใหม่นิธิบูรณ์ Hyundai Deal SEOUL Good with The all-new SANTA FE Hybrid​...

#โชว์รูมฮุนไดเชียงใหม่นิธิบูรณ์ Hyundai Deal SEOUL Good with The all-new SANTA FE Hybrid​  Motor Expo Campaign ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี​ เป็นเจ้าของ The all-new SANTA FE Hybrid​ รถเอสยูวีไฮบร...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 27 พ.ย. 2568, 11:30
  • |
  • 160

เอชดีเจมอเตอร์ ฮุนไดเชียงใหม่ ส่งมอบรถ Hyundai IONIQ 5 Exclusive ให้ลูกค้าคนพิเศษ พร้อมขอบ...

เอชดีเจมอเตอร์ ฮุนไดเชียงใหม่ โดยที่ปรึกษาการขาย ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถใหม่ Hyundai IONIQ 5 Exclusive สีทอง ให้กับ คุณศุภิสรา รัศมีพลังสันติ พร้อมขอขอบคุณที่ให้เกียรติมาเป็นครอบครัวฮุนได ...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 25 พ.ย. 2568, 13:27
  • |
  • 371

มอบรถ Hyundai CRETA ALPHA สีดำ

เอชดีเจมอเตอร์ ฮุนไดเชียงใหม่ โดยที่ปรึกษาการขาย ร่วมแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบรถใหม่  ให้กับ คุณศราวุธ บัวล้อม Hyundai CRETA ALPHA สีดำ  ขอขอบคุณที่ให้เกียรติมาเป็นครอบครัวฮุนได สอบถามรายละเอ...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 22 พ.ย. 2568, 14:29
  • |
  • 206

ปลายปีนี้พบงานแสดงรถยนต์ทั้งที่เซ็นทรัลเชียงใหม่เฟสและที่แอร์พอร์ต

งานแรก 18-24 พฤศจิกายน 2568 งานนี้จัดโดย MG ไทยแลนด์งาน MG City DRIVEมีรถยนต์ MG มาให้แฟนๆ ได้ทดลองขับครบทุกรุ่นใครอยากได้รุ่นไหนก็แจ้งทีมงานขอทดลองขับได้เลยงานนี้สำนักงานใหญ่มาเองเพื่อยอดขายให้ได้สูง...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 20 พ.ย. 2568, 19:05
  • |
  • 380

มิตซูแสงชัยจัดหนัก งาน Exclusive Test Drive "XForce Garden" มหาสุขฟาร์ม Mahasuk Farm

พิเศษเฉพาะงาน Exclusive Test Drive "XForce Garden"• จองในงานทุกรุ่น รับทันที กระเป๋า Gym bag ของแท้ จากแบรนด์ Mitsubishi• รับข้อเสนอพิเศษแคมเปญเดียวกับ Motor Expo 2025แล้วพบกันได้ที่งาน Exclusive Test...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 18 พ.ย. 2568, 19:36
  • |
  • 190

HyundHyundai Deal SEOUL Good with The all-new SANTA FE Hybrid ​ Motor Expo Campaign ที่สุด...

HyundHyundai Deal SEOUL Good with The all-new SANTA FE Hybrid ​Motor Expo Campaign ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลีOpen for More Utility อีกขั้นของความสะดวกสบายไปกับ The all-new SANTA FE Hybrid พร้อมที่วางขวดน...


  • ข่าวยานยนต์
  • |
  • 15 พ.ย. 2568, 12:16
  • |
  • 466
Sytiq Company

ออกแบบพัฒนาโปรแกรมและแอพลิเคชั่น

โดยบริษัทไซทิค ติดต่อ:0819507128

Sytiq Company

ออกแบบและติดตั้ง Home Automation

โดยบริษัทไซทิค ติดต่อ:0819507128