เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 จังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการ “การนำสินค้าไทยสู่สากล : การจับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ – สปป.ลาว” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจากประเทศไทยและ สปป.ลาว เข้าร่วมอย่างคึกคัก
โอกาสนี้ นางสาวศิวะภรณ์ ปิยะพรพันธ์ ผู้อำนวยการ TCEB ภาคเหนือ นายอาคม สุวรรณกันธา ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ให้สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและกิจกรรมจับคู่ทางการค้า (Business Matching)
ผู้บริหารจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า TCEB มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE: Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม สัมมนา งานนิทรรศการ หรือการสร้างเวทีเชื่อมโยงธุรกิจในระดับภูมิภาคและนานาชาติ
บทบาทของ TCEB ในงานครั้งนี้ คือการสนับสนุนการสร้าง “พื้นที่กลาง” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบคู่ค้า พันธมิตร และเชื่อมโยงเครือข่ายใหม่ ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเวทีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME จากประเทศไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีน จะได้พบปะพูดคุยโดยตรง ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการเริ่มต้นความร่วมมือทางการค้า
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันและขยายตลาดในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ไทยและ สปป.ลาว ครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต โดย สปป.ลาว เป็นคู่ค้าอันดับที่ 7 ของไทยในอาเซียน และอันดับที่ 18 ของโลก ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม–ตุลาคม) มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 8,183.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.65 ซึ่งมีความคาดหวังว่ามูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ รถยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงน้ำตาลทราย ขณะที่สินค้านำเข้าจาก สปป.ลาว ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ผัก ผลไม้ และของปรุงแต่งจากพืชผักผลไม้
สำหรับกิจกรรมภายในงาน นอกจากการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าแล้ว ยังเป็นเวทีเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ได้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาด สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อและพันธมิตรจากต่างประเทศ
ภายในงานมีคณะผู้แทนการค้าจาก สปป.ลาว เข้าร่วมจำนวน 34 ราย และมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ 35 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าแปรรูป สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้า OTOP
ผู้จัดงานคาดหวังว่า การพบปะในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาธุรกิจในวงกว้าง การสร้างเครือข่ายที่มีคุณค่า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดได้จริงในอนาคต พร้อมทั้งช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และก่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทย–ลาว–เวียดนาม–จีน อย่างยั่งยืนต่อไป