ภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือยังมีลักษณะกระจุกตัวและความเหลื่อมล้ำสูง โดยประมาณ 40% ของโครงสร้างเศรษฐกิจยังเป็นภาคเกษตร ดังนั้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเชียงใหม่ได้วางเป้าหมายไว้ใน 5 สาขาหลัก คือ Food (อาหารแห่งอนาคตและอาหารแปรรูป), Fashion, Film (เมืองถ่ายทำภาพยนตร์), Fight (ผลักดันมวยไทยเป็น soft power) และ Festival หรือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หลังเชียงใหม่เคยได้รับการยกย่องเป็น World Festival and Event City ปี 2022 โดยต้องการต่อยอดให้เกิดเทศกาลตลอดทั้งปีเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
สำหรับแนวคิดการผลักดันเชียงใหม่สู่ EV Ecosystem นั้น ปัญหา PM 2.5 เป็นแรงผลักสำคัญ ปีที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯ ได้ร่วมกับแพลตฟอร์ม Robinhood ส่งเสริมให้ไรเดอร์ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลสู่ภาคธุรกิจอื่น ๆ เพื่อให้ SME เข้าสู่ธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง BCG
แผนงานที่วางไว้ เช่น การโรดโชว์และจับคู่ธุรกิจ (Matching Business) กับผู้ประกอบการในจีน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม EV Conversion หรือการดัดแปลงรถยนต์เก่าและรถควันดำให้เป็นรถ EV ให้มากขึ้น โดยปัจจุบันเชียงใหม่มีรถจักรยานยนต์ราว 1.8 แสนคัน และรถยนต์กว่า 4 แสนคัน ซึ่งถือเป็นฐานตลาดขนาดใหญ่
นอกจากจะช่วยลดมลภาวะแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสร้างงานให้ SME ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การพัฒนาช่างผู้เชี่ยวชาญ และการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้นยังจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การลดภาษีนำเข้าบางรายการ และการเร่งขยายสถานีชาร์จ EV ให้เพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ
วงการยานยนต์ภาคเหนือต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ โตโยต้า ล้านนา ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้า 3 รางวัลใหญ่ ระดับประเทศ "Best of the Best Award" ประจำปี...