มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ EV จัดงาน “EV Localization Synergy” ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ พร้อมหนุนจังหวัดเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางเมืองยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกสภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นประธานเปิดงาน “EV Localization Synergy” ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาระบบการบ่มเพาะและเร่งรัดกลุ่มเศรษฐกิจและพื้นที่อุตสาหกรรมระดับพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง รวมถึงสะท้อนความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากภาคการศึกษาสู่ภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม EV ระดับท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ภายในงานมีการเสวนาและบรรยายในประเด็นสำคัญหลายหัวข้อ อาทิ “ปลดล็อกงานวิจัยสู่ตลาด : กลไกการสร้าง Spin-off และ Startup EV ท้องถิ่น” การนำเสนอนโยบาย “การใช้รถสาธารณะ EV Bus ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” รวมถึงหัวข้อ “Lanna EV Localization Co-creation and Synergy : จาก COP สู่ SE อย่างยั่งยืน” พร้อมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมด้าน EV จากหน่วยงานและเครือข่ายผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง Licensing Agreement เพื่อมอบสิทธิ์เทคโนโลยี V2G Bidirectional Charger ระหว่าง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ มทร.ล้านนา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ EV ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของไทยสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต
โอกาสเดียวกันนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา ยังได้ส่งมอบนวัตกรรม “VV2G Bidirectional Charger” หรือเครื่องชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบสองทิศทาง (DC V2G Bidirectional Charger) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า จากผู้ใช้พลังงานให้กลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานกลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า หรือ Vehicle-to-Grid (V2G) รวมถึงรองรับการจ่ายพลังงานให้ระบบอาคารอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต
นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลงานการพัฒนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และเกิดจากความร่วมมือระหว่าง มทร.ล้านนา บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด (DSE) และ KBM Technologies ในรูปแบบ Consortium Project เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ
ตัวเครื่องถูกออกแบบในรูปแบบตู้แร็กมาตรฐานขนาด 19 นิ้ว พร้อมระบบจัดเก็บสายชาร์จ และจุดทดสอบสัญญาณ CP/PP สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก ช่วยยกระดับการเรียนรู้และการวิจัยด้าน EV ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ล่าสุด ได้มีพิธีลงนาม Licensing Agreement มอบสิทธิ์เทคโนโลยี VV2G Bidirectional Charger ให้แก่บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี ศรีแย้ม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนาม พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง บพท. มทร.ล้านนา อบจ.เชียงใหม่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ EV ณ เรือนลลิตา สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
ผศ.ดร.นพพร พัชรประกิติ หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เริ่มต้นจากการพัฒนาระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Charging) ก่อนต่อยอดสู่ระบบจัดการแบตเตอรี่ภายในบ้าน (Home Battery Management System) และประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องชาร์จ V2G ขนาด 30 กิโลวัตต์ จนพัฒนาเป็นต้นแบบเทคโนโลยีปัจจุบันที่มีศักยภาพสูง รองรับการใช้งานทั้งด้านอุตสาหกรรม การศึกษา และงานวิจัยและพัฒนา (R&D)
ในด้านสมรรถนะทางเทคนิค เครื่องชาร์จดังกล่าวรองรับการทำงานแบบสองทิศทาง ทั้งการจ่ายพลังงานจากโครงข่ายสู่รถยนต์ (Grid-to-Vehicle : G2V) และจากรถยนต์กลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid : V2G) โดยใช้ระบบแปลงพลังงาน DCDC และ DCAC ที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อบริหารจัดการการไหลของพลังงานและรักษาเสถียรภาพทางไฟฟ้าอย่างแม่นยำ สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 500 VDC และกำลังไฟสูงสุดถึง 60 กิโลวัตต์ ผ่านโมดูลจำนวน 4 ชุด รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส 230–400 VAC พร้อมหัวชาร์จมาตรฐาน CCS Type 2 และ Type 2 ตามมาตรฐาน IEC 62196-2
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ Insulation Monitoring Device (IMD) สำหรับตรวจสอบค่าฉนวน ระบบป้องกันไฟกระชาก (SPD) และอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ RCD Type B เพื่อป้องกันกระแสรั่ว รวมถึงฟังก์ชัน Auto-Recharging ที่ช่วยให้ระบบสามารถกลับมาทำงานได้อัตโนมัติเมื่อเกิดข้อผิดพลาดบางประการ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
การส่งมอบนวัตกรรมครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา ในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานอัจฉริยะอย่างยั่งยืน