เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จัดแถลงข่าวการเตรียมจัดงานท่องเที่ยวโบราณสถานยามคำ่คืน ณ เวียงกุมกาม ภายใต้ชื่องาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านพลัง Soft Power
การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ เชียงใหม่ และนายณัฐพงษ์ แมตสอง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ร่วมให้รายละเอียดการจัดงาน
กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินนโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน โดยกรมศิลปากรได้ผลักดันกิจกรรมเปิดแหล่งโบราณสถานยามค่ำคืน เพื่อเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานภายใต้แสงไฟยามราตรี
งานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
เวียงกุมกาม ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “นครโบราณใต้พิภพ” มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะอดีตเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาในสมัยพญามังราย ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมล้านนา พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่
ภายในงานปีนี้จัดขึ้นภายใต้บรรยากาศแห่งความรักและความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การเยี่ยมชมโบราณสถานอายุกว่า 700 ปีที่ประดับไฟและผางประทีป การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ตลาดวัฒนธรรม “กาดกุมกาม@Love” นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม นิทรรศการเวียงกุมกาม รวมถึงการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 120 ร้านค้า
กิจกรรมไฮไลต์ของงาน คือการแสดงศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ ได้แก่ ละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี และชุดกษิรชลมณโฑ ซึ่งออกแบบแสง สี เสียงให้สอดคล้องกับฉากโบราณสถาน โดยมีนักแสดง นักดนตรี และทีมงานรวมกว่า 200 คน จัดแสดงตลอดทั้ง 3 วัน และเปิดให้เข้าชมฟรี
การจัดงานครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น สินค้าหัตถกรรม และการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจวัฒนธรรมในพื้นที่
ด้านการอำนวยความสะดวก ผู้ร่วมงานสามารถจอดรถได้หลายจุด ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม เทศบาลท่าวังตาล ฌาปนสถานบ้านเจดีย์เหลี่ยม วัดช้างค้ำ วัดธาตุขาว วัดเจดีย์เหลี่ยม และจุดจอดเพิ่มเติมที่โกลบอลเฮ้าส์ สาขาเวียงกุมกาม โดยมีบริการรถรางและรถแดงรับ–ส่งฟรี พร้อมการดูแลความปลอดภัยด้านการจราจรจากสถานีตำรวจภูธรสารภี รวมทั้งมีห้องน้ำและห้องน้ำสำหรับผู้พิการภายในพื้นที่จัดงาน
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์เวียงกุมกามยามค่ำคืน พร้อมแต่งกายชุดพื้นเมือง ชุดผ้าไทย หรือผ้าถิ่น เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศแห่งวัฒนธรรมล้านนา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-222262